SCM Web Technology

จาก SSM Wiki

ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น
ยินดีต้อนรับสมาชิกผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรม การค้าและบริการ
วิทยากร ที่ปรึกษา และนักปฏิบัตงานส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการ ทุกท่าน
SSMWiki ขอเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมสร้างสังคมประกอบการ สู่สังคมแห่งการเรียนรู้
เพื่อการอยู่รอด เติบโต และพัฒนาสู่องค์กรที่เป็นเลิศ ในยุคเศรษฐกิจฐานความรู้

ค้นหาบทความตามหมวดหมู่

ค้นหาบทความร้านสมาชิก

การพัฒนา SCM ในอนาคต (Future development of SCM)
  • ปัจจุบันเว็บฯ เทคโนโลยีกำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ช่องทางการประยุกต์เว็บฯ เทคโนโลยีกับงาน SCM กำลังเป็นที่สนใจของนักธุรกิจอุตสาหกรรมและนักพัฒนาระบบ เนื่องจากสามารถช่วยจัดการในด้านการตัดสินใจของการจัดการงานด้านลูกค้าสัมพันธ์ได้อย่างรวดเร็วและเที่ยวตรง ทำให้การร่วมมือกับระหว่างผู้ผลิตวัตถุดิบต้นน้ำ ผู้ผลิตกลางน้ำ และคู่ค้าเป็นแบบตลอดเวลา และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การพัฒนา SCM จะมีเป้าหมาย 4 แนวทาง
  1. การบริการตนเองของลูกค้าและพนักงาน (Customer and employee self-service) ในการสั่งสินค้าของลูกค้าและการสร้างความจงรักภักดีของลูกค้า องค์กรต้องเสนอเครื่องมือบริการให้แก่ลูกค้าและปรับปรุงข้อมูลธุรกิจให้ใช้บนอินเตอร์เน็ต ด้วยการบริการตนเอง, ลูกค้าต้องเข้าถึงรายการสินค้า เช็คราคา สถานที่ และตกลงการสั่งสินค้า เช็คสถานะการสั่งสินค้าและสามารถออกใบส่งสินค้าได้ตลอดเวลา การบริการตนเองในส่วนของพนักงาน เป็นส่วนหนึ่งของ Web-enable SCM บริการเว็บฯ SCM ได้รวมเอาข้อมูลต้นฉับบต่างๆ ของธุรกิจไปรวมให้เหลือเพียงฟอร์มเดียว ในระบบการทำงานขนาดใหญ่จะช่วยให้พนักงานสามารถตัดสินใจได้ดีขึ้นและง่ายกว่าเดิม และนำไปสู่ธุรกิจอัจฉริยะ
  2. การจัดการสินค้าคงคลังของผู้ขายและการเตรียมสินค้าอัตโนมัติ (Vendor-Managed inventory and automatic replenishment) ผู้ขายสามารถจัดการสินค้าคงคลัง(VMI )เว็บฯ เทคโนโลยีจะเป็นเทคนิคที่อนุญาตให้คู่ค้ามีอำนาจในการจัดการสินค้าคงคลังในแต่ละหน่วย ในปัจจุบัน VMI ได้ถูกนำไปเริ่มต้นธุรกิจขายปลีก ตัวอย่างเช่น Procter and Gamble (P&G) หรือ Wal-Mart ได้พัฒนาระบบ VMI ได้ดีมาก ในระบบเว็บฯ เทคโนโลยี (ระบบ VMI) จะทำให้คู่ค้าสามารถตรวจสอบข้อมูลสินค้าคงคลังผ่านทางอินเตอร์เน็ต และสามารถสั่งสินค้าเพิ่มเติม แก้ไขรายการ ลดจำนวนสินค้าคงคลังสำรอง ลดต้นทุนการบริหาร และลดความผิดพลาดของคู่ค้าผ่านการติดต่อบน เว็บฯ เทคโนโลยีนี้
  3. การจัดการ การวางแผน การคาดคะเน และการเตรียมพร้อม (Collaborative planning, forecasting, and replenishment,CPFR) เป็นการริเริ่มระบบ SCM ใหม่ ซึ่งปฏิวัติโลก e-commerce B2B เนื่องจากเป็นธุรกิจใหม่ CPFR จึงช่วยให้ธุรกิจสามารถจัดวางขั้นตอนและทำให้เทคโนโลยีมีมาตรฐาน สามารถที่จะช่วยรวบรวมข้อมูลเพื่อการคาดคะเนหรือพยากรณ์ ทำให้มีข้อมูลเพียงพอสำหรับการวางแผนได้อย่างถูกต้องยิ่งขึ้น มีความเป็นสากล และเป็นเวลาจริง ความคิดหลักในการริเริ่มนี้คือการแบ่งปันข้อมูล รวมถึงการคาดคะเน การกำหนดราคา และการส่งเสริมลู่ทางการกระจายสินค้าของร้าน การผลิต กำหนดการส่งออก การบริหารสินค้าคงคลัง และการเตรียมพร้อมระหว่างคู่ค้าทางธุรกิจผ่านอินเตอร์เนต
  4. ความรวดเร็วของการแลกเปลี่ยน (The emergence of exchanges) อินเตอร์เนตได้สร้างเครื่องมือติดต่อผู้ซื้อและผู้ขายรายย่อย ทำให้ต้นทุนทำรายการการค้าต่ำลง และช่วยให้ราคามีความโปร่งใสในสายโซ่อุปทานมากยิ่งขึ้น กลไกตลาดที่สร้างขึ้นใหม่นี้ จะรวมถึงการขายทอดตลาด แคตตาลอค และการแลกเปลี่ยนต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น ผู้ทำตลาดบนเครือข่าย Internet อนุญาตให้ผู้มีส่วนร่วมในสายโซ่อุปทาน มีโอกาสเข้ามาจัดการสินค้าคงคลังของพวกเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย เว็บฯ เทคโนโลยี สินค้าคงคลังที่เกิน สามารถขายทอดตลาดได้ ในขณะที่ช่วงที่มีความต้องการสูงก็สามารถซื้อได้จากผู้จำหน่ายที่รองรับไว้ในราคาที่สมเหตุสมผลจาการแลกเปลี่ยนกัน
  • บทสรุป (Conclusion)สถานการณ์ทุกวันนี้ บริษัทส่วนใหญ่ไม่สามารถดำเนินการเป็นอิสระอย่างจริงจัง เป็นแต่ผู้มีส่วนร่วมในสายโซ่อุปทานร่วมกัน เพื่อให้เป็นไปตามความคาดหวังของลูกค้า บริษัทต่างๆ พยายามที่จะทำให้ดีทีสุดที่จะทำให้การพัฒนาสินค้าใช้เวลาเร็วขึ้น ตัดทอนต้นทุนและค่าใช้จ่าย ปรับปรุงคุณภาพ และจัดจำหน่ายอย่างฉับไว SCM เว็บฯ เทคโนโลยี เป็นการใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีที่มีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้น เพื่อการติดต่อสื่อสารและทำให้ขั้นตอนหลักต่างๆ ที่ใช้ในการจัดการธุรกิจมีประสิทธิภาพดีขึ้น นอกจากนั้นแล้ว SCM เว็บฯ เทคโนโลยี ทำให้การประสานงานระหว่างคู่ค้าสะดวกและมีอิสระสูงขึ้น ซึ่งทำให้ความสามารถในการแข่งขันของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น ด้วยประสิทธิภาพของสายโซ่อุปทาน ดังเช่น Dell Computers ที่ได้พัฒนาระบบการจัดทำรายการทางธุรกิจ ผ่าน SCM ที่มีประสิทธิภาพ และรูปแบบธุรกิจที่สร้างผลิตภัณฑ์ตามคำสั่งซื้อ จนได้รับความสำเร็จยิ่งใหญ่มากในปี ค.ศ. 1990 สิ่งแวดล้อมทางธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ฉะนั้นจุดรวมของ SCM ต้องวิวัฒน์ตามนั้น การเปลี่ยนแปลงในกลยุทธของบริษัททำให้ขั้นตอนการจัดทำรายการธุรกิจกับผู้จำหน่ายเพิ่มขึ้น ขอบเขตที่กว้างขึ้นของสินค้าและบริการซึ่งผู้จำหน่ายจัดให้ ทำให้ SCM มีวามซับซ้อนยิ่งขึ้น ภายใต้สภาพเช่นนี้ความสัมพันธ์ร่วมมือกันระหว่างคู่ค้าในสายโซ่อุปทานจึงอยู่ในขั้นวิกฤต SCM ที่มีประสิทธิภาพต้องสนองตอบกับความท้าทายนี้ อินเตอร์เนตสามารถให้ความสะดวกต่อการท้าทายเช่นนี้อินเตอร์เนตได้เสนอวิธีที่เป็นไปได้มากและใหม่สุดสำหรับสายโซ่อุปทาน เพื่อให้การประสานงานกระหว่างคู่ค้าทางธุรกิจและลูกค้าฉับไว อินเตอร์เนตส่งเสริมการทำงานของ SCM และเป็นส่วนจำเป็นของ e-commerce เนื่องจาก SCM วิวัฒน์เวลาของข้อมูล เครือข่ายช่วยประสานงานระหว่างคู่ค้าทางธุรกิจให้ข้อมูล การติดต่อจัดการ และการตัดสินใจทั้งหมดคล่องตัวโดยผ่านเครือข่ายนี้ เนื่องจากแบบ SCM ได้รับความสำเร็จ Dell Computers จึงได้สร้างประโยชน์การแข่งขันขึ้นด้วยความก้าวหน้าของธุรกิจเครือข่าย กล่าวโดยทั่วไปแล้ว ในสิ่งแวดล้อมซึ่งมีการแข่งขันสูงขี้นตามประสิทธิภาพสายโซ่อุปทานนั้น บริษัทต่าง ๆ จำเป็นต้องใส่ SCM ที่หัวใจของแบบธุรกิจเพื่อความสำเร็จ พวกเขาต้องนำประโยชน์ของอินเตอร์เนตและเทคโนโลยี่ทาง Web มาใช้เพื่อให้มีการจัดทำรายการทางธุรกิจที่มีการร่วมมือกับคู่ค้ามากยิ่งขึ้นด้วยต้นทุนที่ต่ำลง
รับข้อมูลจาก "http://ssmwiki.org/index.php/SCM_Web_Technology"