PSME สิ่งทอ

จาก SSM Wiki

ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น
ยุทธศาสตร์การพัฒนาของอุตสาหกรรมส่งทอและเครื่องนุ่งห่ม
มุ่งพัฒนาคน เพื่อขับเคลื่อนระบบให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน
  • อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไทยมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีประสิทธิภาพสูงเมื่อเปรียบเทียบกับคู่่แข่งในระดับภูมิภาคเดียวกัน แต่เนื่องจากการแข่งขันจากประเทศผู้ผลิตรายใหม่ที่มีการขยายกำลังผลิตเพิ่มขึ้น และการหดตัวของเศรษฐกิจโลก ทำให้อุตสาหกรรมนี้ของไทยไม่สามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันโดยใช้แนวทางเดิมด้านต้นทุนแรงงานที่ถูกและกำลังผลิตสูงเพียงอย่างเดียว คณะที่ปรึกษาของสถาบันวิจัยแฟชั่นแห่งประเทศไทย คณะอุตสหากรรมสิ่งทอ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ จึงได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลจากการวินิจฉัยกิจการที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 23 โรงงาน ประกอบด้วยกิจการที่มีความหลากหลายตลอดห่วงโซ่มูลค่า นำข้อมูลเชิงลึกมาพัฒนาแนวทางการให้คำปรึกษาที่มุ่งสร้างความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน โดยคาดหวังว่ากิจการจะสามารถลดต้นทุนการผลิตได้ต่อเนื่องไม่เฉพาะในระหว่างการให้คำปรึกษาของผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น แต่ต้องสามารถรักษาระดับประสิทธิภาพ พร้อมสร้างองค์ความรู้ในระดับปฏิบัติเพื่อการพัฒนาตนเองในระยะยาว ดังนั้น ยุทธศาสตร์ในการดำเนินการที่สำคัญในครั้งนี้ คือการพัฒนาคน สร้างองค์ความรู้ เพื่อขับเคลื่อนระบบให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน จากการดำเนินการในครั้งนี้ ส่งผลให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีบุคลากรที่มีทักษะเพิ่มขึ้นทั้งด้านการปฏิบัติและการวางแผน สามารถแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง ก่อให้เกิดการลงทุนเพิ่มขึ้น และเตรียมความพร้อมที่จะสร้างผลตอบแทนเมื่อเศรษฐกิจมีการปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต

ทำต่อเนื่องตลอดโซ่มูลค่า รวมถึงกิจกรรมสนับสนุน

  • กิจการที่เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้มีความหลากหลาย ทั้งประเภทการผลิตและประเภทสินค้า ตั้งแต่การผลิตผ้าผืนซึ่งเป็นผ้าดิบ ผ้าทอลาย ผ้าทอมือ และกิจการการผลิตสินค้าสำเร็จรูป ประเภทชุดชั้นใน ชุดนักเรียน ชุดผ้าทอมือ ตลอดจนกิจการสนับสนุนในอุตสาหกรรมสิ่งทอที่ให้บริการเกี่ยวกับเครื่องจักร และสีย้อมผ้า
  • ในกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิตผ้าผืน ในประเภทผ้าทอ ใช้เทคโนโลยีการผลิตและใช้เครื่องจักรที่ใกล้เคียงกันแต่มีกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกันค่อนข้างมาก บางรายมีการทอผ้าดิบที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบน้อย มีความต่อเนื่องในการผลิตสูง แต่บางรายเป็นผ้าแฟชั่นซึ่งมีจำนวนการผลิตต่อลายต่ำและมีการเปลี่ยนแปลงบ่อย ด้วยเหตุนี้กระบวนการแก้ไขปัญหาและปรับปรุงประสิทธิภาพจึงใช้วิธีการที่แตกต่างกัน ในด้านของการผลิตสินค้าเครื่องนุ่งห่ม ประกอบด้วยอุตสาหกรรมผลิตเครื่องนุ่งห่มที่มีการออกแบบและการตลาดของตนเอง มีผู้ผลิตสินค้าชุดนักเรียนที่ต้องการความสม่ำเสมอของคุณภาพสูงในต้นทุนที่ต่ำ และสินค้าชุดชั้นในที่ต้องการความแม่นยำของชิ้นงานที่มีขนาดเล็ก สินค้าผ้าทอมือที่เน้นความปราณีต และสินค้าของชำร่วยที่มีขั้นตอนการทำงานด้วยมีที่ละเอียดอ่อน
  • การดำเนินการของที่ปรึกษาจึงได้ใช้แนวทางวิเคราะห์กระบวนการและค้นหาแนวทางการทำงานใหม่โดยไม่ยึดติดกับกรอบความสำเร็จและความเคยชินแบบเก่า สามารถสร้างแนวคิดการบริหารจัดการแบบใหม่ขึ้น เป็นองค์ความรู้ที่สามารถปรับใช้แก่อุตสาหกรรมในวงกว้างได้ โดยมีหัวข้อที่ดำเนินการและแนวทางการให้คำปรึกษาที่ประสบความสำเร็จดังนี้

พัฒนาระบบควบคู่กับการพัฒนาคน

  • ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนที่ลดลงเป็นองค์ประกอบของการวิเคราะห์ระบบ การมุ่งประเด็นที่สำคัญ และการพัฒนาบุคลากรให้พร้อมขับเคลื่อนระบบ โดยมีกระบวนวิเคราะห์ตนเอง ไม่ยึดติดกับที่ปรึกษา ในการดำเนินโครงการนี้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนการทำตัวอย่าง ลดความสูญเสียจากการหยุดเครื่อง และความสูญเสียจากขั้นตอนการทำงานที่ไม่จำเป็น โดยมีกลุ่มงานแบ่งตามแนวทางการบริหารงานดังนี้
  • สร้างแนวคิดการทำงานแบบใหม่
1. พัฒนาระบบการควบคุมแบบ Right at First Time ซึ่งเป็นการตรวจสอบคุณภาพสินค้าล๊อตแรกที่ผลิตให้ตรงกับข้อกำหนด โดยให้มีระยะเวลาหยุดรอต่ำที่สุด เป็นการลดความสูญเสียจากการผลิตสินค้าผิดแบบ ลดต้นทุนโดยรวมของการผลิตที่เกิดจากของผิตพลาด (ผ้าทอ)
  • เตรียมความพร้อมบุคลากร
2. เพิ่มทักษะด้านเครื่องจักรเครื่องมือของบุคลากร เตรียมผู้ปฏิบัติให้มีความรู้ในการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง สามารถปรับตั้งเครื่อง ซ่อมแซมเครื่องเบื้องต้น ถอดประกอบเครื่องได้ด้วยตนเอง เข้าใจการทำงานและความสำคัญของระบบส่งกำลังที่มีผลต่อระยะเวลาหยุดเครื่องเนื่องจากด้ายขาด (ผ้าทอ) ลดต้นทุนค่าบำรุงรักษาเครื่องจักรและระยะเวลาหยุดเครื่องเพื่อซ่อมแซม
3. พัฒนาคู่มือปฏิบัติงานที่เข้าใจง่าย เป็นภาษาไทย และมีผู้ใช้เป็นศูนย์กลางสามารถใช้ในการแก้ปัญหาได้ทันเวลา (ผ้าทอ) ลดความผิดพลาดในการใช้เครื่องจักร
4. พัฒนาทักษะการสืบด้ายยืนแบบ Direct ที่ถูกต้อง สามารถลดการขาดของเส้นด้ายในระหว่างการทอ
5. เพิ่มทักษะด้านการวิเคราะห์วัตถุดิบ ความเข้าใจคุณลักษณะของเกลียวเส้นด้ายที่เป็นวัตถุดิบ การลงแป้งที่เหมาะสมกับเครื่องทอ การจัดเตรียมเส้นด้ายยืน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถตัดสินใจปรับวิธีการตั้งค่าเครื่องจักรให้เหมาะสมกับวัตถุดิบที่มีความแตกต่างกันในแต่ละครั้ง (ผ้าทอ) ลดต้นทุนจากการหยุดเครื่องเนื่องจากวัตถุดิบไม่เหมาะสม
6. เพิ่มทักษะในการวิเคราะห์แบบเสื้อสำเร็จรูปแก่ผู้ปฏิบัติงาน ส่งผลให้ผู้ปฎิบัติงานมีขั้นตอนการตัดสินใจที่เหมาะสม (เครื่องนุ่งห่ม)
7. เพิ่มทักษะในการสื่อสารเรื่องสีที่ใช้เป็นมาตราฐานในการผลิต สามารถลดความผิดพลาดที่เกิดจากการสื่อสาร และสร้างความเข้าใจให้แก่ผู้ใช้ (กิจการบริการ)
  • เตรียมความพร้อมของระบบ
8. ปรับใช้เทคโนโลยีระบบคำนวณวัตถุดิบ เพื่อให้การสั่งซื้อวัตถุดิบมีความแม่นยำ ลดความสูญเสียที่เกิดจากของเหลือ (ผ้าทอ)
9. ปรับปรุงคู่มือการปฏิบัติงานในส่วนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ลดขั้นตอนการทำตัวอย่างที่เกินความจำเป็น กำหนดขั้นตอนการตัดสินใจร่วมระหว่างฝ่ายต่างๆในขั้นตอนวิเคราะห์รูปแบบ และวิเคราะห์ต้นแบบ เพื่อให้ลดระยะเวลาในการพัฒนาต้นแบบ และลดจำนวนครั้งในการปรับแก้ไขตัวอย่างก่อนการผลิต (เครื่องนุ่งห่ม)
10. พัฒนาระบบการวิเคราะห์ workflow และการระบุการเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็น non-value added activity ลดระยะเวลาการทำงานในขั้นตอนการตัดด้าย (เครื่องนุ่งห่ม)

สร้างกระบวนการตรวจสอบและติดตามผล

11. ปรับปรุงระบบ ERP ให้สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการประสานงานที่มีประสิทธิภาพ ไม่ยึดติดกับรูปแบบเอกสาร แต่ให้ความสำคัญกับข้อมูลที่จำเป็นต่อการดำเนินการ ไม่มากเกินความจำเป็นจนสร้างความยุ่งยากในการทำงาน (ผ้าทอ)
12. พัฒนาแนวทางการวิเคราะห์ต้นทุนที่แท้จริง ใช้วางแผนและควบคุมต้นทุน (ของชำร่วยทำด้วยผ้าไหม)

ตัวแปรความสำเร็จ

  • จากการให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการภายใต้โครงการพัฒนาประสิทธิภาพของ SMEs โดยการสนับสนุนของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมในครั้งนี้ สรุปได้ว่าความสำเร็จในการพัฒนานั้น เกิดจากความร่วมมือของ 3 ฝ่ายคือ 1) ผู้บริหารองค์กรที่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาและมอบหมายให้ผู้ปฏิบัติงานที่เหมาะสมร่วมในโครงการ 2) ผู้ปฏิบัติที่ความเข้าใจในเป้าหมายของโครงการและให้ความร่วมมือของ 3) การวิเคราะห์ระบบอย่างรอบคอบและค้นหาแนวทางใหม่ๆของที่ปรึกษา สามารถดึงศักยภาพจากบุคลากรที่มีความชำนาญจากการทำงานให้มีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบ โดยพร้อมที่จะปรับปรุงเป้าหมายการให้คำปรึกษาเพื่อพบว่ามีประเด็นที่สำคัญกว่าในการทำงาน
  • ดังนั้น ความร่วมมือของทุกฝ่าย ความยืดหยุ่นของโครงการ และความสามารถเฉพาะทางของที่ปรึกษาจึงเป็นตัวแปรหลักในความสำเร็จของโครงการ

ที่ปรึกษา: นายประดิษฐ์ รัตนวิจิตราศิลป์
สถาบัน: สถาบันวิจัยแฟชั่นแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ
เครื่องมือส่วนตัว