กรณีศึกษาของสถานประกอบการของกิจกรรมวินิจฉัยสถานประกอบการ

จาก SSM Wiki

ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น

เนื้อหา

กรณีศึกษาการวินิจฉัยสถานประกอบการ 1

  • ลักษณะธุรกิจ โรงงานแปรรูปน้ำตาลเพื่อเป็น Topping ของสินค้าอาหารประเภท เบเกอรรี่

1. การวินิจฉัยสภาพปัญหา

1.1 ขาดการพัฒนาสินค้าที่ทำให้เกิดการใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทเพิ่มขึ้น
- ผลิตภัณฑ์ของบริษัทยังมีการใช้ในวงแคบเช่นขนมเค้ก ขนมเครปฯลฯ ส่งผลให้แนวโน้มของยอดขาย คงที่ และอาจลดลงในอนาคต
1.2 ช่องทางการจัดจำหน่ายยังเป็นตลาดเชิงรับ ที่ได้จากการรับจ้างผลิต
- ช่องทางการจัดจำหน่ายของบริษัทไปยังผู้บริโภคโดยตรงมีเพียง 20% ของยอดขายทั้งหมด ส่งผลให้ยอดขายอาจลดลงหากตัวแทนจำหน่ายหรือพ่อค้าคนกลางเปลี่ยนผู้ซื้อ

2. ข้อเสนอแนะและแนวทางในการแก้ไขปัญหา

2.1 เสนอ “แผนพัฒนาและเพิ่มโอกาสในการใช้ผลิตภัณฑ์ของโรงงาน” เพื่อให้ผลิตภัณฑ์เป็นที่รู้จักและมีการใช้อย่างกว้างขวางขึ้นในกลุ่มผู้บริโภค โดยจัดการแข่งขันการทำขนมหวานและอาหารว่างโดยใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัท และ พัฒนาบรรจุภัณฑ์ในรูปแบบใหม่ๆให้สอดคล้องกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
2.2 เสนอ “แผนขยายช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้า” เพื่อเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายและ เพื่อเพิ่มลูกค้า รายใหม่ๆทั้งในและต่างประเทศ โดย เปิดเว็ปไซต์ของบริษัทฯ เพื่อให้เกิดช่องทางการขายและการโฆษณาทาง Internet ในลักษณะE-commerce จากลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมอาหารทั้งในและต่างประเทศ
2.3 ออกบูธการแสดงสินค้าอาหารทั้งในและต่างประเทศ โดย สำรวจพื้นที่ระดับจังหวัดหรือประเทศเพื่อหาพื้นที่ที่มีศักยภาพในการหาตลาดและมีลูกค้าเป้าหมาย รวมทั้งศึกษาค่าใช้จ่ายในการออกบูธกับประมาณการยอดขายที่จะได้รับ พร้อมทั้งเตรียมแผ่นพับ แคตตาล็อก ภาพเพื่อเผยแพร่และนำเสนอสินค้าด้วย

3. ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

3.1 มีผลิตภัณฑ์อาหารหวานที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทเพิ่มมากขึ้น
3.2 ผลิตภัณฑ์มีบรรจุภัณฑ์เหมาะสมกับลูกค้าเป้าหมาย
3.3 มีลูกค้ารายใหม่ทั้งในและต่างประเทศเพิ่มขึ้น.
3.4 มีช่องทางการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น


กรณีศึกษาการวินิจฉัยสถานประกอบการ 2

  • ลักษณะธุรกิจ บริษัทฯ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการตอกเสาเข็ม และรับบริการตอกเสาเข็มทั้งใน และต่างประเทศ โดยลูกค้าหลักคือ กิจการรับเหมาก่อสร้างทั่วไปและ เกษตรกร นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเป็นผู้ผลิตและจำหน่าย รถตอกเสาเข็ม ซึ่งเป็นสินค้าที่ได้รับสิทธิบัตร โดยมีการพัฒนาและปรับปรุงตัวสินค้าอย่างต่อเนื่องเพื่อให้รถตอกเสาเข็มมีประสิทธิภาพในการทำงานและตรงกับความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น โดยได้พัฒนารถต้นแบบเป็นรถหกล้อ รถสิบล้อ รถสิบสองล้อ รถตีนตะขาบและรถปั้นจั่น 8 ขา ตามลำดับ

1. การวินิจฉัยสภาพปัญหา

1.1 ปัญหาด้าน การตลาดและการขาย (มีมูลค่าปัญหา 10 ล้านบาท)
1.2 ความต้องการของตลาดในประเทศมีน้อยลงในขณะที่ผู้ประกอบการก็ต้องการขยายตลาดต่างประเทศให้มากขึ้น

2. ข้อเสนอแนะและแนวทางในการแก้ไขปัญหา

2.1 สำรวจความต้องการของตลาดในและต่างประเทศ
2.2 หาข้อมูลแนวโน้มและทิศทางความจำเป็นและปัจจัยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการให้บริการ
2.3 ศึกษานวัตกรรมเพื่อปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของตลาด
2.4 ทำแผนการตลาดตามแนวทางด้านนวัตกรรม การเกษตร
2.5 เชื่อมโยงการค้าระหว่างประเทศโดยการทำการตลาดอย่างเป็นรูปธรรม
2.6 สร้างภาพลักษณ์ให้เป็นผู้นำในการคิดค้นและการใช้ภูมิปัญญาของคนไทย

3. ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

3.1 สามารถเพิ่มมูลค่ายอดขายเพิ่มขึ้น 10 ล้านบาท
3.2 สามารถสร้างเสริมและเพิ่มศักยภาพขององค์กร
3.3 บริษัทสามารถจัดงานอย่างเป็นระบบมากยิ่งขึ้น
3.4 เพิ่มขีดความสามารถและศักยภาพในการทำงานของผู้ปฏิบัติงาน
3.5 สร้างความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์

กรณีศึกษาการวินิจฉัยสถานประกอบการ 3

ลักษณะธุรกิจ รับจ้างปักผ้า รับจ้างตัดผ้าด้วยเลเซอร์ โดยมีลูกค้าหลักเป็นกิจการเสื้อผ้าสำเร็จรูปทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลางจนถึงร้านขายรายย่อยย่านประตูน้ำ
1. การวินิจฉัยสภาพปัญหา

1.1 ปัญหาด้าน การตลาดและการขาย โดยมียอดรับจ้างปักรายได้ยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน
1.2 ปัญหาการผลิตและเทคโนโลยี โดยกระบวนการผลิตมีงานต้องซ่อม (Rework) 4.6 % มีเศษต้องทิ้ง (Scrap) 0.3 % และมีเครื่องจักรว่างงานค่อนข้างมาก

2. ข้อเสนอแนะและแนวทางในการแก้ไขปัญหา

2.1 แก้ไขปัญหาด้านการตลาดโดยจัดทำแผนการตลาด แผนปฏิบัติการพร้อมทั้งโครงสร้างทีมงานขายและการควบคุม โดยการกำหนดกลยุทธ์และวิธีในการดำเนินกิจกรรมทางการตลาด และการใช้ทรัพยากรทางการตลาดให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยสามารถตอบรับสถานการณ์ แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมในดำเนินธุรกิจทั้งภายนอกและภายในกิจการ
2.2 แก้ไขปัญหาด้านการผลิตและเทคโนโลยี โดยการ ลดอัตรางานต้องซ่อม (Rework) ลดอัตราเศษต้องทิ้ง (Scrap) เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องจักร และเก็บรวบรวมปัญหาและแจกแจงความถี่โดยใช้ 7 QC Tools หรือกิจกรรม QCC รวมทั้งศึกษาการทำงานของคนและเครื่องจักร

3. ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

3.1. ผลประโยชน์ทางด้านการตลาด
1) บริษัทมีรายได้จากการปักอย่างน้อยที่จุดคุ้มทุน
2) มีแผนติดตาม, ควบคุมและประเมินผลในการดำเนินงานการตลาด โดยการขายและติดต่อลูกค้าจะได้ไม่ทับซ้อนกัน
3) สามารถวาง แผนกำลังการผลิต, แผนกำลังคน และงบประมาณที่ต้องใช้ได้อย่างเป็นระบบ

3.2 ผลประโยชน์ทางด้านการผลิตและเทคโนโลยี

1) อัตรางานซ่อมและของเสีย ลดลงและยังสามารถผลิตสินค้าได้ปริมาณสูงขึ้น
2) ผู้ปฏิบัติงานซ่อมจะได้ทำงานในที่เพิ่มมูลค่าสูงขึ้น
3) ผู้ปฏิบัติงานมีโอกาสได้รับค่าจ้างสูงขึ้นเนื่องจากผลตอบแทนจากปริมาณงานที่ได้มากขึ้น

กรณีศึกษาการวินิจฉัยสถานประกอบการ 4

ลักษณะธุรกิจ ห้างสรรพสินค้า โดยมีพื้นที่ที่เป็น ซุปเปอร์มาร์เก็ต ห้างสรรพสินค้าและพลาซ่า

1. การวินิจฉัยสภาพปัญหา

1.1 ยอดขายสินค้าหลักซุปเปอร์มาร์เก็ตลดลง 1,900,000 บาท/เดือนหรือ 22,800,000 บาทต่อ/ปี
1.2 ไม่ทราบสถานะสินค้าในคลังและมีแผนขยายคลังโดยไม่มีการวางแผนงาน รวมถึงใช้เวลาใน การหาสินค้าแต่ละประเภทนานกว่า 1 ชั่วโมง

2. ข้อเสนอแนะและแนวทางในการแก้ไขปัญหา

2.1 สร้างฐานข้อมูลรับทราบสถานะการขายและปรับปรุงการจัดเรียงสินค้าและเส้นทางเดิน โดยการศึกษาข้อมูลยอดขายสินค้าแต่ละประเภท โดยเฉพาะสินค้า 20 อันดับขายดีเพื่อวางแผนการขาย / ศึกษาข้อมูลเส้นทางเดินของลูกค้าเพื่อเพิ่มความถี่ในการใช้เส้นทางของลูกค้าด้วยการส่งเสริมการขายและการสื่อสารด้วยป้าย และสื่อต่าง ๆ/ ปรับปรุงพื้นที่วางสินค้าเพื่อลดปัญหาสินค้าขาดชั้น / ปรับปรุงรูปแบบการให้บริการแก่ลูกค้าโดยการสังเกตช่วงเวลาในการให้บริการและลดระยะเวลารอคอยของลูกค้าลง
2.2 ปรับพื้นที่จัดวางสินค้า โดยวางแผนการแบ่งโซนการวางสินค้า โดยแบ่งกลุ่มสินค้าให้ชัดเจน เช่น กลุ่มอาหาร กลุ่มเครื่องดื่ม กลุ่มน้ำยาซักผ้า กลุ่มน้ำยาล้างห้องน้ำ (กลุ่มสารเคมี) ซึ่งไม่ควรจะวางในพื้นที่เดียวกันกับกลุ่มอาหาร / นำหลักการ 5 ส มาใช้ในการจัดระเบียบพื้นที่ / กำหนดกฎกติกา ในการวางและหยิบสินค้า / จัดทำป้ายชื่อสินค้าติดบนชั้นวาง

3. ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

3.1 เพิ่มยอดขายรายเดือนจากซุปเปอร์มาร์เก็ตเดือนละ 1,000,000 บาท หรือคิดเป็นมูลค่า 12 ล้านบาทต่อปี
3.2 ลดเวลาในการค้นหาสินค้าให้เหลือไม่เกินครั้งละ 5 นาที และลดมูลค่าของเสียหาย
3.3 ผู้บริหารได้ทราบสถานะปัจจุบันของกิจการฯ โดยเฉพาะ การจัดเส้นการเดินของลูกค้า การจัดพื้นที่ส่งเสริมการขายทีไม่เป็นอุปสรรคต่อเส้นทางเดินและการเพิ่มยอดขายจากลูกค้า ตลอดจนการบริหารพื้นที่คลังสินค้าจะช่วยให้การทำงานมีความสะดวกสบายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

กรณีศึกษาการวินิจฉัยสถานประกอบการ 5

ลักษณะธุรกิจ รับติดตั้งเสาอากาศโดยมี ผลิตภัณฑ์หลักคือ เสา Self Support และ เสา Guy Wired

1. การวินิจฉัยสภาพปัญหา

-ปัญหาการผลิตและเทคโนโลยี มูลค่าปัญหา 1,520,000 บาท มีรายละเอียดดังนี้
1.1 การส่งมอบงานล่าช้า
1.2 มีงาน Rework สูงประมาณ 30% ของงานทั้งหมด
1.3 ผลิตภัณฑ์ไม่เป็นไปตามแบบ
1.4 การแก้ไขแบบไม่มีการ ปรับปรุงให้เป็นปัจจุบัน (Update) อย่างต่อเนื่องและทันที

2. ข้อเสนอแนะและแนวทางในการแก้ไขปัญหา

2.1 กำหนดกรอบนโยบายของผู้บริหารในการพัฒนาบุคคลากร
2.2 กำหนดนโยบายและงบประมาณในการสนับสนุนการพัฒนาบุคคลากรที่ชัดเจน
2.3 ดำเนินงานผ่านกิจกรรมการบริหารองค์ความรู้ (KM) และตามแผนการพัฒนาบุคคลากร
2.4 ปรับปรุงทัศนคติของผู้ปฏิบัติงานให้มีจิตสำนึกในการทำงานโดยการรักษาและควบคุม คุณภาพการผลิต

3. ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

3.1 บริษัทฯ มีทิศทางและแผนงานที่ชัดเจนต่อการพัฒนาองค์กรโดยพนักงานทุกคนมีส่วนร่วม
3.2 ลดการสูญเสียจากการสื่อสารที่ผิดพลาด การส่งมอบล่าช้าและการทำงานซ้ำ (Rework)
3.3 พนักงานมีทักษะ พฤติกรรมและ ทัศนคติที่ดีในการทำงานให้บริษัท
3.4 พนักงานมีความตื่นตัวต่อการเรียนรู้โดยมีส่วนร่วมต่อการแบ่งปันความรู้และให้ความร่วมมือในการพัฒนางานและองค์ความรู้ขององค์กร


กรณีศึกษาการวินิจฉัยสถานประกอบการ 6

ลักษณะธุรกิจ เป็นโรงงานผลิตถ่านจากเศษไม้

1. การวินิจฉัยสภาพปัญหา

1.1 ขาดการสรุปข้อมูลด้านการเงินเพื่อใช้ในการบริหารงาน
- กิจการขาดการบันทึกข้อมูลด้านบัญชีการเงินอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้ไม่ทราบสถานะทางการเงินและทิศทางการเปลี่ยนแปลงทางการเงิน
1.2 ขาดการจัดทำข้อมูลด้านการตลาดเพื่อใช้ในการตรวจสอบ
- กิจการขาดการจัดทำบันทึกข้อมูลด้านการตลาด ส่งผลให้ไม่ทราบผลการเปลี่ยนแปลงสถานะด้านการขาย หากกรณีที่ยอดขายเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ลดลง

2. ข้อเสนอแนะและแนวทางในการแก้ไขปัญหา

2.1 จัดทำ “แผนการจัดทำฐานข้อมูลด้านบัญชีการเงิน” เพื่อให้มีข้อมูลมาใช้ในการบริหารงานด้านต้นทุนกิจการ โดยมีการแยกหมวดหมู่ของรายจ่าย เช่น ค่าวัตถุดิบ ค่าแรง ค่าน้ำมัน ค่าบรรจุภัณฑ์ ค่าใช้จ่ายสำนักงาน / การจดบันทึกรายรับ – รายจ่ายโดยช่วงเริ่มต้นให้บันทึกแบบเกณฑ์เงินสด/ ทำการสรุปรายรับ -รายจ่ายประจำเดือน
2.2 จัดทำ “แผนการจัดทำฐานข้อมูลด้านการตลาด” เพื่อให้มีข้อมูลมาใช้ในการบริหารงานด้านการตลาดและบริหารลูกค้าโดยแบ่งเป็น 2 งานคือ
1) จัดทำบันทึกการขายรายวันแยกตามลูกค้าซึ่งประกอบด้วย การจัดทำฐานข้อมูลลูกค้าที่มีรายละเอียด ชื่อ ที่อยู่ เบอร์ติดต่อพร้อมทั้งกำหนด รหัสลูกค้า /ออกแบบตารางการบันทึกข้อมูลการขาย รายวันแยกตามลูกค้า / จดบันทึกข้อมูลการขาย
2) จัดทำรายงานสรุปข้อมูลการขายทุกเดือนเพื่อใช้ในการรวมยอดขายแต่ละวันทั้งแบบภาพรวมและแยกตามลูกค้า โดยมีการเปรียบเทียบยอดขายภาพรวมระหว่างเดือนและเปรียบเทียบยอดขายในลูกค้าที่สำคัญ(ยอดขายที่สูงๆ) ระหว่างเดือนด้วย

3. ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

3.1 ทราบต้นทุนและยอดขายที่แท้จริง
3.2 มีฐานข้อมูลต้นทุนและใช้ควบคุมต้นทุนโดยรวม
3.3 มีฐานข้อมูลลูกค้า และใช้ทำระบบบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM)
3.4 ได้รับทราบผลการดำเนินงานที่แท้จริง
3.5 ได้ทราบวิธีการบริหารจัดการธุรกิจที่เป็นระบบมากขึ้น
3.6 สามารถมองเห็นแนวทางและอนาคตของกิจการได้ชัดเจนขึ้น
3.7 ได้ปรับวิธีการทำงานที่เป็นประโยชน์ด้านการจัดการบัญชีและการจัดทำข้อมูลการตลาด

กรณีศึกษาการวินิจฉัยสถานประกอบการ 7

ลักษณะธุรกิจ ผลิตและจำหน่ายเส้นก๋วยเตี๋ยว

1. การวินิจฉัยสภาพปัญหา

1.1 ผลิตสินค้าไม่ทันทำให้มีการส่งมอบล่าช้ากว่าแผนงานเกือบ 100% ส่งผลให้สูญเสียลูกค้าและมีภาระต้นทุนคงที่สูงขึ้นเนื่องจากยอดขายจากแต่ละสายลดลง9 ล้านบาทต่อเดือนหรือ 108 ล้านบาทต่อปี
1.2 ขาดระบบการตรวจสอบการรับเข้าและการควบคุมสินค้าคงคลัง
1.3 ไม่ทราบผลการดำเนินงานของกิจการ

2. ข้อเสนอแนะและแนวทางในการแก้ไขปัญหา

2.1 ปรับปรุงกระบวนการผลิต เพิ่มผลผลิต 2 เท่าตัว โดยให้ความรู้กับผู้บริหารและพนักงานที่เกี่ยวข้องเรื่องความสูญเปล่า/ ศึกษาขั้นตอนการทำงานเพื่อลดเวลาที่เสียไปกับการขนย้าย /วางแผนการผลิต กำหนดเป้าหมายในการผลิตและติดตามผล / ปรับปรุงพื้นที่ผลิต เช่น การจัดสายการผลิตให้มีการไหลที่ต่อเนื่อง ลดการเคลื่อนย้าย/ ปรับวิธีการจัดสินค้าเพื่อลดความสูญเปล่าในการเคลื่อนย้ายและการจัดสินค้าตามคำสั่งซื้อประจำวัน
2.2 จัดระบบการตรวจสอบสินค้าคงคลัง โดยให้ความรู้ในการเก็บข้อมูลสินค้าคลัง /สร้างระบบการตรวจสอบคุณภาพสินค้ารับเข้า /จัดทำบัญชีคุม stock เพื่อบันทึกเบิกจ่าย/ จัดทำป้ายชี้บ่งเพื่อบอกวันที่รับเข้า ป้องกันปัญหาการระบายสินค้าเก่า
2.3 วางระบบการสรุปผลการดำเนินงาน โดยจัดให้มีการวางระบบบันทึกข้อมูลโดยเฉพาะงบกำไรขาดทุนจากการดำเนินงานและทะเบียนคุมหนี้ พร้อมทั้งศึกษาโปรแกรมสำเร็จรูปเพื่อช่วยลดความสูญเปล่าในการปฏิบัติงานด้วยการบันทึกมือ

3. ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

3.1 เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต 2 เท่า เพื่อเพิ่มยอดขายอย่างน้อย 4 ล้านบาทต่อเดือน หรือ 48 ล้านบาทต่อปี
3.2 ทราบสถานะ stock ปัจจุบัน และลด stock เก่าลง 40,621 บาท
3.3 ทราบสถานะผลการดำเนินงานของกิจการในแต่ละช่วงเวลาที่ผู้บริหารต้องการ
3.4 สามารถแก้ปัญหาในการส่งมอบสินค้าให้ทันเวลา โดยปรับปรุงกระบวนการแบบง่ายๆ ทำได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนมากนัก


กรณีศึกษาการวินิจฉัยสถานประกอบการ 8

ลักษณะธุรกิจ เป็นธุรกิจด้านบริการ โรงแรม และ รีสอร์ท ตั้งอยู่บนเกาะพีพี จ.กระบี่

1. การวินิจฉัยสภาพปัญหา

1.1 การสูญเสียในด้านการจัดเก็บวัตถุดิบเพื่อให้บริการด้านอาหารและเครื่องดื่ม
1.2 มีการใช้พลังงานที่สูงกว่าปกติ
1.3 ขาดการวิเคราะห์ระบบการทำงานและการบริหารการจัดการตามสภาพความเป็นจริง

2. ข้อเสนอแนะและแนวทางในการแก้ไขปัญหา

2.1 เสนอแนะกระบวนการในการจัดเตรียมและสำรองวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ
2.2 แนะนำการจัดซื้อวัตถุดิบและ แนวทางในการขนส่ง
2.3 เสนอแนะวิธีการใช้พลังงานอย่างประหยัดและเหมาะสม
2.4 วิเคราะห์ภาพรวมของกิจการ ทั้งในด้านการบริหารการจัดการ การบริหารบุคคล ด้านการเงินและอื่นๆ โดยชี้ให้เห็นจุดอ่อนจุดแข็ง และความเกี่ยวพันในการทำงานของหลายส่วนงานในธุรกิจบริการที่ต้องสอดประสานกัน

3. ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

3.1 การจัดเก็บวัตถุดิบมีการสูญเสียน้อยลง เพิ่มระยะเวลาในการเก็บได้มากขึ้น ขบวนการจัดเตรียมเพื่อการให้บริการดีขึ้น ต้นทุนต่ำลง และการบริการได้รับความพึงพอใจจากลูกค้ามากขึ้น
3.2 ด้านพลังงาน ทำให้รู้จักใช้พลังงานอย่างประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุด ผู้บริหารและพนักงานมีการตื่นตัวและตระหนักถึงการสร้างนิสัยในการใช้พลังงานอย่างประหยัด
3.3 มีการพิจารณาถึงการเลือกซื้อวัตถุดิบที่เหมาะสม ทั้งคุณภาพและราคา รวมทั้งการพัฒนาระบบการจัดซื้อและการขนส่งด้วย
3.4 การสะท้อนภาพรวมของกิจการ ในทุกๆ ด้าน จากการวินิจฉัย ทำให้ผู้บริหารได้ทราบจุดดีและข้อบกพร่องที่ควรแก้ไขของกิจการ ทั้งในด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ด้านการบริหารการจัดการ ด้านการเงิน การให้บริการและระบบการจัดการต่างๆ ซึ่งจะส่งผลต่อการทำงานของกิจการอันเป็นลักษณะของธุรกิจการให้บริการ ให้มีการพัฒนาขั้นตอนในการทำงานอย่างเป็นระบบ มีมาตรฐาน ลดการสูญเสีย ลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าที่เข้ามาพักและใช้บริการของทางโรงแรม อีกด้วย


กรณีศึกษาการวินิจฉัยสถานประกอบการ 9

ลักษณะธุรกิจ ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์เสริมสวยประเภท แปรงกลม หวีแปลงและแปรงย้อม โดยกลุ่มลูกค้าเป้าหมายคือ ร้านเสริมสวยภายในประเทศ กิจการมีลักษณะการจำหน่ายทั้งแบบขายปลีกและขายส่ง

1. การวินิจฉัยสภาพปัญหา

-การวินิจฉัยสถานประกอบการได้ค้นพบปัญหาของบริษัทฯ ใน 6 ด้าน ดังต่อไปนี้
1.1 การบริหารจัดการ สภาพปัญหาที่พบขาดการกำหนดแผนงานในการดำเนินธุรกิจชัดเจน
1.2 การตลาดและการขาย สภาพปัญหาที่พบ มี 2 ส่วนแรก ยอดขายลดลง 8% ส่วนที่สอง กำไรลดลง 1- 6% มีความสำคัญของปัญหาในระดับแรก
1.3 การผลิตและเทคโนโลยี สภาพปัญหาที่พบขาดการควบคุมของเสียอย่างเป็นระบบ
1.4 การจัดซื้อ คลังสินค้าและจัดส่ง สภาพปัญหาที่พบการหมุนเวียนของสินค้าสำเร็จรูปลดลง 15-23 รอบ
1.5 การบริหารทรัพยากรบุคคล พบว่าไม่มีปัญหา
1.6 การบัญชีและการเงิน สภาพปัญหาที่พบคือภาระต้นทุนทางด้านดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้น

2. ข้อเสนอแนะและแนวทางในการแก้ไขปัญหา

- การสรุปข้อแสนอแนะและแผนการปรับปรุงได้จัดทำเป็นแผนการปฏิบัตินำเสนอให้กับสถานประกอบการ จำนวน 2 แผนดังต่อไปนี้
1.สภาพปัญหาที่ 1 ยอดขายลดลง 8% เสนอแผนการปฏิบัติการ ปรับปรุงการจัดทำฐานข้อมูลด้านการตลาด เป้าหมายเพื่อกำหนดตัวชี้วัดกำหนดงบประมาณทางการตลาดและลด Stock สินค้า โดยเป็นการเสนอแนะแก้ไขปรับปรุงเชิงโครงสร้างการบริหารจัดการ
2.สภาพปัญหาที่ 2 อัตราหมุนเวียนของสินค้าคงคลังลดลง 15-23 รอบ เสนอแผนปฏิบัติการ การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสินค้าคงคลัง เป้าหมาย เพื่อลดปริมาณสินค้าคงคลัง เพิ่มประสิทธิภาพทางการเงินสภาพคล่องที่ลดลงเนื่องจากเงินทุนที่อยู่รูปของ stock สินค้า โดยเป็นการเสนอแนะแก้ไขปรับปรุงเชิงโครงสร้างการบริหารจัดการ

3. ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

3.1 แผนการปฏิบัติการปรับปรุงการจัดทำฐานข้อมูลด้านการตลาด คาดว่าจะสามารถเพิ่มยอดขายให้กิจการได้ 560,000 บาท ต่อปี
3.2 แผนปฏิบัติการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสินค้าคงคลัง คาดว่าจะสามารถลดสินค้าค้าง stock ได้ 70,000 บาท ต่อปี
เครื่องมือส่วนตัว